ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และแหล่งความรู้เกี่ยวกับเต่าทะเล อยู่ในความดูแลของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งทางกองทัพเรือได้ดำเนินการอนุรักษ์เต่าทะเลมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2493

Green turtle
             การดำเนินงานของศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ มุ่งเน้นที่จะอนุบาลเต่าทะเล ตั้งแต่ออกจากไข่ จนโตพอที่จะปล่อยลงสู่ทะเล กลับคืนสู่ธรรมชาติ เป็นแหล่งวิจัยเต่าทะเลเพื่อเป็นข้อมูลในการอนุรักษ์ มีโรงพยาบาลเต่าทะเลเพื่อรักษาเต่าทะเลที่ได้รับการบาดเจ็บ หรือเป็นโรค และ เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชม

Green turtle 2Green turtle 3ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเต่าทะเล
             เต่าทะเลเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่เคยมีหลักฐานพบว่าอาศัยอยู่ทั่วไปมากว่า ๑๓๐ ล้านปี นอกจากนั้นยังมีหลักฐานว่าเคยพบซากโบราณ (Fossil) ก่อนหน้านั้นไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ล้านปี การแพร่กระจายของเต่าทะเลพบเฉพาะในเขตร้อนและเขตอบอุ่น เต่าทะเลทั่วโลกที่พบมีอยู่ ๘ ชนิดคือ เต่ามะเฟือง ( Dermochelys - coriacea ) , เต่ากระ ( Erethmochelys imbricata ) , เต่าตนุ ( Chelonia mydas ) , เต่าตนุหลังแบน ( Chelonia - depressa ) , เต่าหัวค้อน( Caretta Caretta ) , เต่าหญ้า ( Lepidochelys olivacea ) และ เต่าหญ้า แอตแลนติก ( Lepidochelys kempii ) และเต่าดำ ( Chelonia agassizii )

Green turtle 1

ประเทศไทย มี ๕ ชนิดที่พบ คือ

1. เต่าตนุ

Green turtle 4Green turtle 5

2. เต่ากระ

Green turtle 7 1Green turtle 7

3. เต่าหญ้า

Green turtle 8Green turtle 8 1

4. เต่ามะเฟือง

Green turtle 9Green turtle 9 1

5. เต่าหัวค้อน

             เต่าหัวค้อนไม่เคยพบขึ้นวางไข่ในประเทศไทยตลอดระยะเวลา ๓๐ ปีที่ผ่านมา เพียงแต่มีรายงานพบหากินอยู่ในน่านน้ำไทย ในอดีตที่ผ่านมาเต่าทะเลถูกล่าจับไปเป็นจำนวนมากโดยเนื้อ และไข่ถูกนำไปเป็น อาหาร กระดองนำไปเป็นเครื่องประดับและเครื่องตบแต่ง, หนังถูกนำไปเป็นผลิตภัณฑ์ จำพวกเครื่องหนังต่างๆ นอกจากนั้นไขมันของเต่าทะเลยังสามารถนำไปสกัดใช้เป็นส่วนผสมของสบู่ หรือ น้ำหอมที่มีราคาอีกด้วย

             เต่าทะเลในน่านน้ำไทยที่เคยพบและรายงานไว้มีทั้งหมด ๕ ชนิด จัดเป็น ๒ วงศ์ (Family) วิธีการจำแนกชนิดของเต่าทะเล ใช้ลักษณะกระดอง จำนวนเกล็ดบนกระดองและจำนวนเกล็ดระหว่างจะงอยปากกับตา

๑.วงศ์ CHELONIIDAE


Green turtle 101เต่ากระ Hawksbill Turtle ( Eretmochelys imbricate )
ลักษณะเด่น : จะงอยปากค่อนข้างแหลมงุ้มคล้ายปากเหยี่ยว เกล็ดบนส่วน หัวตอน หน้า มี ๒ คู่ เกล็ดบนกระดองแถวข้างมี จำนวน ๔ เกล็ดลักษณะเด่น ชัด คือเกล็ดบนกระดอง มีลวดลายริ้วสีสวยงาม และลักษณะของเกล็ดซ้อนกันเห็นได้ชัด ลักษณะค่อน ข้างคล้ายเต่าตนุ
ขนาด : โตเต็มที่ยาวประมาณ ๑๐๐ เซนติเมตรน้ำหนักประมาณ ๑๒๐ กิโลกรัม ขนาดโต ถึงขั้นแพร่พันธุ์ได้ประมาณ ๗๐ เซนติเมตร
อาหาร : เต่ากระอาศัยอยู่ตามแนวปะการัง โดยเฉพาะเมื่อขนาดเล็กจะอาศัยตามชายหาดน้ำตื้น กินสัตว์จำพวกฟองน้ำ หอย และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ชนิดต่าง ๆ เป็นอาหาร
แหล่งที่พบ : แหล่งวางไข่เต่ากระในอ่าวไทย พบที่เกาะคราม จ.ชลบุรี และพบกระจัด กระจายตามหมู่เกาะต่าง ๆ ทางทะเลอันดามันรวมทั้งแนว หาดทราย จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต


Green turtle 8เต่าหญ้า Olive Ridley Turtle ( Lepodochelys olivacea )
ลักษณะเด่น : กระดองเรียบ สีเทาอมเขียว สีสันของกระดองไม่สวยงามเท่า เต่ากระ และเต่าตนุ ส่วนหัวค่อนข้างโต จะงอยปากมนกว่าเต่าตนุที่แตกต่างกันชัดเจน คือ เกล็ดบนส่วนหัวตอนหน้า มีจำนวน ๒ คู่ และเกล็ดบนกระดอง แถว ข้างมีจำนวน ๖ - ๘ แผ่นในขณะที่เต่าตนุและเต่ากระมีเพียง ๕ แผ่น และลักษณะ พิเศษของเต่าหญ้า คือกระดอง ส่วนท้องแถวกลาง ( Inframarginal Scale ) มีรูสำหรับขับถ่ายหรือรูเปิดสำหรับ ประสาท รับความรู้สึก (ยังไม่ทราบระบบการทำงานที่ชัดเจน) จำนวน ๕ คู่
ขนาด : เต่าหญ้าเป็นเต่าทะเลที่มีขนาดเล็กที่สุดในจำพวกเต่าทะเล ขนาดโตเต็มที่ประมาณ ๗๕ – ๘๐ เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ ๘๐ กิโลกรัม ขนาดโตเต็มที่สามารถแพร่พันธุ์ได้ความยาวกระดองประมาณ ๖๐ เซนติเมตร
อาหาร : เต่าหญ้ากินพวก หอย ปู ปลา และกุ้งเป็นอาหาร จึงอาศัยอยู่ชายฝั่งทะเล ทั่วไป มีจะงอยปากใหญ่่คมและแข็งแรงสำหรับกัดหอยที่มี เปลือก เป็นอาหาร
แหล่งวางไข่ : พบมากทางฝั่งทะเลอันดามัน ตามหาดทรายฝั่งตะวันตกของ จ.ภูเก็ต พังงา
และหมู่เกาะในทะเลอันดามันไม่พบเต่าหญ้าขึ้นวางไข่ฝั่งอ่าวไทย


Green turtle 105เต่าหัวค้อน Loggerhead Sea Turtle ( Caretta caretta )
ลักษณะเด่น : ลักษณะเด่นทั่วๆ ไปคล้ายเต่าหญ้า และเต่าตนุมากต่างกันที่เกล็ดบน ส่วนหัวตอนหน้ามี จำนวน ๒ คู่ เท่ากับเต่าหญ้าแต่เกล็ดบนกระดองหลังแถวข้างมีจำนวน ๕ แผ่นซึ่งต่างจากเต่าทะเล ชนิดอื่นๆละรูปทรงของ กระดองจะเรียวเล็กลงมาทางส่วนท้าย
อาหาร : กินอาหารจำพวก หอย หอยฝาเดียว และปู เป็นอาหาร
แหล่งวางไข่ : ปัจจุบันไม่มีรายงานการพบเต่าหัวค้อนขึ้นวางไข่ ในแหล่งวางไข่ทะเลของไทยอีกเลยตลอดระยะเวลา ๒๐ ปี ที่ผ่านมาซึ่งเข้าใจว่าคงจะสูญพันธุ์ไปจากน่าน น้ำไทยแล้ว


Green turtle 103เต่าตนุ Green Sea Turtle ( Chelonia mydas )
ลักษณะเด่น : เกล็ดบนส่วนหัวตอนหน้า (Prefrontal Scale) มีจำนวน ๑ คู่ เกล็ดบนกระดองแถวข้าง (Costal Scale) จำนวน ๔ เกล็ด ลักษณะขอบของเกล็ดจะเชื่อมต่อกันไม่ซ้อน สีสันและลวดลายสวยงามมีกระดองสีน้ำ ตาลอมเหลือง มีลายริ้วสีจางกว่ากระจายจากส่วนกลางเกล็ด มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า เต่าแสงอาทิตย์
ขนาด : โตเต็มที่กระดอง ประมาณ ๑๕๐ เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ ๒๐๐ กิโลกรัม ขนาดโตถึงแพร่พันธุ์ ความยาวประมาณ๘๐ เซนติเมตร
อาหาร : เต่าตนุเป็นเต่าชนิดเดียวที่กินพืชเป็นอาหาร เมื่อพ้นวัยอ่อนแล้ว อาหารหลัก ได้แก่ พวกหญ้าทะเล และสาหร่ายชนิดต่างๆ เต่าตนุในวัยอ่อน จะกิน ทั้งพืชและเนื้อสัตว์ เป็นอาหาร
แหล่งที่พบ : แหล่งวางไข่เต่าตนุในอ่าวไทย พบที่เกาะคราม จ.ชลบุรี และ พบประปรายทางฝั่งอันดามัน ทางชายทะเลตะวันตกของ จ.พังงา และ จ.ภูเก็ตรวมทั้งบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน


Green turtle 104เต่ามะเฟือง Leatherback Sea Turtle ( Dermochelys coriacea )
ลักษณะเด่น : เต่ามะเฟืองแตกต่างจากเต่าทะเลชนิดอื่นอย่างชัดเจนมีีขนาดใหญ่นอกจากนั้นกระดองไม่เป็นเกล็ด
มีลักษณะ เป็นแผ่นหนังหนา มีสีดำ อาจมีสีขาวแต้มประทั่วตัวกระดองเป็นสันนูนตามแนวความยาว
จากส่วน หัวถึงส่วนท้าย จำนวน ๗ สันไม่มีเกล็ดปกคลุมส่วนหัวจะงอยปากบนมีลักษณะ เป็นหยัก ๓ หยัก
ขนาด : ขนาดโตเต็มที่มีความยาวกระดอง ประมาณ ๒๕๐ ซม. น้ำหนักกว่า ๑,๐๐๐ กก. ขนาดที่พบขึ้นมาวางไข่ไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ ซม.
อาหาร : เต่ามะเฟืองอาศัยอยู่ในทะเลเปิดกินอาหารจำพวกพืชและสัตว์ ที่ล่องลอยตามน้ำโดยอาหารหลักได้แก่ แมงกะพรุน
แหล่งวางไข่ : เต่ามะเฟือง ปัจจุบันมีจำนวนน้อยมากพบขึ้นวางไข่บ้างบริเวณทราย ฝั่งอันดามัน จ.พังงา จ.ภูเก็ต หมู่เกาะต่าง ๆ ปัจจุบันไม่พบเต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่ในอ่าวไทย

การเข้าเยี่ยมชมภายในศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล สามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ภายในจะแบ่งเป็น 5 โซนดังนี้

1.อาคารแสดงเต่าทะเล
             บ้านเต่าเป็นบ่อเต่าขนาดเท่าสระว่ายน้ำ มีเต่าทะเลตัวใหญ่อยู่ในบ่อ สามารถเข้าชมได้อย่างใกล้ชิด มีรั้วกันตกบ่อ และ ผนังแบบกระจกทำให้สามารถมองเห็นเต่าขณะที่ว่ายอยู่ในน้ำได้

2. การอนุบาลลูกเต่าทะเล ภายในโรงอนุบาล
             การเข้าชมในโรงอนุบาลมีข้อห้ามอยู่อย่างหนึ่ง คือ ห้ามจับเต่า เพราะมือเราอาจมีสิ่งปนเปื้อน อาจทำให้เต่าเป็นโรค หรือ เสียชีวิตได้

3.โรงพยา่บาลเต่าทะเล
             โรงพยาบาลเต่าทะเล ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ เป็นสถานที่ใช้ในการตรวจรักษาเต่าทะเลที่เจ็บป่วย รวมทั้งเป็นสถานที่สำหรับจัดเก็บเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการรักษาพยาบาลเต่าทะเล อีกทั้งเป็นสถานที่ใช้ในการวิเคราะห์ วิจัย จัดเก็บข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลเต่าทะเล ลดการสูญเสียชีวิตของเต่าทะเลจากการเจ็บป่วย ทำให้การดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเต่าทะเลมีความพร้อมและมีประสิทธิภาพในการเป็นศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเต่าทะเลที่สำคัญของชาติ

turtle12turtle12 6turtle12 4turtle12 2turtle12 3turtle12 1
4. จุดพักผ่อนบริเวณชายหาด

5. ห้องแสดงนิทรรศการ ภายในอาคารบรรยายสรุป

การเข้าชม

เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.
ช่วงเวลาเที่ยว : ตลอดทั้งปี
ค่าเข้า

  • ไม่มีค่าเข้า

ที่ตั้ง  – ติดต่อศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ
           ที่อยู่ :
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
           เบอร์โทรศัพท์ :
038-431-477 (ในเวลาราชการ)
           เวบไซต์ :
http://www.turtles.navy.mi.th/